|
สัมภาษณ์ พี่เอ็กซ์ ชัยพร พานิชรุทติวงศ บุคคลผู้อยู่เบื้องหลัง ภาพยนตร์ มนุษย์เหล็กไหล
พี่เอ็กซ์ ชัยพร พานิชรุทติวงศ์
หลังจากที่จบมาจากอเมริกา ก็ไปเริ่มทำการ์ตูน 3 มิติเรื่องแรกของประเทศไทยในฐานะไดเร็กเตอร์เรื่อง "ปังปอนด์ ดิ เอนิเมชั่น" หลังจากนั้นก็มาเปิดบริษัทเองเป็นบริษัทที่ทำคอมพิวเตอร์กราฟฟิคทั้งหลายภายใต้ชื่อ "บ้านอิทธิฤทธิ์" เปิดมาได้ปีกว่าๆ แล้วเป็นการร่วมทุนของพี่ที่สหมงคลฟิล์ม ผม แล้วก็บริษัทเวิร์คพอยท์ 3 ที่รวมกัน ก็เลยทำให้ผมได้มีโอกาสคลุกคลีอยู่กับการทำซีจีให้กับภาพยนตร์หลายเรื่องด้วยกัน อย่างต้มยำกุ้ง มนุษย์เหล็กไหลห ตะบันไฟ และหนังไทยอีกประมาณ 3-4 เรื่องที่กำลังตามมา สำหรับเรื่องมนุษย์เหล็กไหลผมรับหน้าที่เป็นซุปเปอร์ไวเซอร์ให้กับเรื่องนี้
ที่บ้านอิทธิฤทธิ์นี่จริงๆ แล้วเน้นคาแรกเตอร์เป็นหลัก คาแรกเตอร์ดีไซน์ การเคลื่อนไหวของเอนิเมชั่น นอกจากนั้นก็จะเน้นเรื่องสเปเชี่ยลเอฟเฟคด้วย ผมก็จะเป็นที่ปรึกษาให้กับวิชวลต่างๆ เช่นเรื่องสี เรื่องโทนสีของหนังซีจี หรือโทนสีของสเปเชี่ยลเอฟเฟค แล้วก็ดีไซน์ช๊อตของเอนิเมชั่น หมายถึงซีจีที่มีการเคลื่อนไหวอย่างมนุษย์เหล็กไหล ผมจะเป็นคนดีไซน์ช๊อตสำหรับคอมพิวเตอร์กราฟฟิค เช่นฉากกระโดดจากสะพานพระรามแปด ในมนุษย์เหล็กไหลอะไรอย่างงี้ครับ
ตอนที่รู้ว่าต้องทำหน้าที่เป็นคนออกแบบคาแรกเตอร์ให้กับมนุษย์เหล็กไหล เริ่มต้นกับความคิดไอเดียที่จะออกแบบตัวซุปเปอร์ฮีโร่นี้ยังไง
ตอนแรกได้เลยผมได้โจทย์มาจากผู้กำกับว่าจะต้องทำซุปเปอร์ฮีโร่แบบของไทย ที่ต้องการความปราดเปรียวด้วย เวลาเราออกแบบซุปเปอร์ฮีโร่ขึ้นมาตัวนึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ที่ใช้คนเล่น มีการสวมเสื้อผ้าพิเศษขึ้นมา เราไม่สามารถออกแบบอะไรที่มันโอเวอร์มากๆ ได้ เพราะมันต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของการทำได้หรือไม่ได้ของประเทศไทยและของชุดด้วย ซุปเปอร์ฮีโร่ของอเมริกาหรือของทั่วโลกชุดส่วนใหญ่จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขเรื่องของการเคลื่อนไหวจริงได้ด้วย ต้องทะมัดทะแมง มีการเคลื่อนไหว และต้องดึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเค้าออกมาให้เห็นได้ชัดเจนจากภายนอก
อย่างซุปเปอร์ฮีโร่ของไทยที่เป็นมนุษย์เหล็กไหล เราอยากเน้นความเป็นไทยลายไทยให้โดดเด่น มีชุดที่เป็นสีดำปีกแมงทับ โดยเอาสีเนื้อของเหล็กไหลตามความเข้าใจของเราเป็นสีหลัก และสีดำก็มีความลึกลับของไสยศาสาตร์เพราะเหล็กไหลจริงๆ แล้วบางคนอาจจะมองเป็นเรื่องที่ลึกลับ ใครได้ครอบครองก็จะคลาดแคล้วจากอาวุธทุกชนิด เราเลยผูกกับลายสักยันต์ของไทยที่เป็นยันต์เก้ายอด เพิ่มลงไปเพิ่มขับเน้นให้รู้สีกถึงความหนังเหนียวคงกระพัน ไม่มีอะไรจะสามารถทำร้ายได้ ซึ่งจะช่วยให้ตอบโจทย์ตรงนี้ว่ามนุษย์เหล็กไหลเป็นทั้งซุปเปอร์ฮีโร่ที่ดูเป็นไทย อีกอย่างที่เราต้องคำนึงถึงกล้ามเนื้อมนุษย์ที่ใส่ชุดด้วย ใส่แล้วไม่ใช่ผอมแห้ง ต้องดูเท่ห์ สมส่วน ใส่แล้วเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว กล้ามเนื้อจะต้องเด่นชัดครบสัดส่วนด้วยครับ
พอเรารู้แล้วว่าจะใช้สีดำและเอาลายยันต์มาเล่น มีวิธีเลือกหรือตัดทอนลายมาลงไว้ในแต่ละส่วนของร่างกายยังไงบ้าง
อันดับแรกเลยก็ไปเปิดหนังสือพวกหนังสือลายสักยันต์ก่อน หาลายเก้ายอดเพราะลายเก้ายอดเป็นลายสักที่สวยมากของประเทศไทย เราก็เลือกเอาลายยันต์เก้ายอดมาเป็นเมนใหญ่ เช่นที่หน้าฝาก ข้างหลัง แล้วก็เปิดหนังสือดูค้นคว้าพวกลายต่างๆ แล้วก็คัทมาลองวางดูลงบนตัวดูว่าส่วนไหนของร่างกายเหมาะสมกับยันต์แบบไหน อย่างตรงไหล่ลายเก้ายอดก็จะเหมาะมากกว่า เพราะมันเป็นเหมือนเลขเก้าไทย ลายมันจะหมุนและวิ่งตามลายกล้ามเนื้อของไหล่พอดี แล้วการเอาลายไปวางไว้ที่หน้าผากก็จะเหมือนเวลาพวกนักรบที่ออกไปสู้รบ ก็จะมีการเจิมให้เป็นลายเก้ายอดขึ้นมา มันก็จะเหมาะกับกระโหลก ทำให้เรารู้สึกว่าฮีโร่ตัวนี้คงกระพัน
บางทีความหมุนวนของลายไทยมันจะทำให้กล้ามเนื้อมันสมูท มันจะไม่มีความคม ตอนที่ดีไซน์มนุษย์เหล็กไหลผมดีไซน์พวกอาวุธที่เป็นพลองไม้ศอก แล้วพลองไม้ศอกมันมีความแหลมคมด้วย ก็เลยต้องเอาลายยันต์ที่มันวนๆ มาประยุกต์ใหม่ทำให้เหลี่ยมมุมของลายคมมากขึ้น เวลาที่มนุษย์เหล็กไหลต่อสู้กระแทกศัตรูแต่ละครั้งมันจะให้ความรู้สึกเหมือนเจ็บขึ้น ผมรู้สึกว่าถ้าลายมนอย่างเดียวมันจะดูไม่แข็งแรงในหลักออกแบบ มนุษย์เหล็กไหลเค้าใช้มวยไทยด้วยก็คิดว่าความเป็นขอบเหลี่ยมของมุมตวัดมันก็จะทำให้ดูคมมากกว่า
แล้วทำไมถึงต้องทำให้ลายนูนขึ้นมาจากตัวเนื้อผ้า
ความเป็นลายของมันรู้สึกว่าถ้าเกิดลายมันแบนลงไปมันก็จะเหมือนชุดปรกติเหมือนสกรีนลงเนื้อผ้าทั่วไป แต่ลายเหล็กไหลเนี่ยลักษณะมันจะนูนกลม เลยคิดว่ามันน่าจะเป็นลายนูน มันจะเพิ่มความน่าสนใจของชุดนี้มากขึ้น สังเกตว่าตรงบริเวณขอบคิ้วเหนือตาของมนุษย์เหล็กไหลมันจะโค้งขึ้น เพื่อเพิ่มความดุดันให้เพิ่มมากขึ้น มันจะมีเคลิบที่สูงเหมือนตาเสือ มีความเคลื่อนไหวของคิ้ว ตอนแรกที่เราออกแบบตาเค้าจะเป็นสีแดง แต่สีแดงมันเป็นลักษณะสีของผู้ร้าย แต่ตาสีฟ้ามันเป็นสีของความหวัง มันเป็นสีโทนเย็นและดูเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ที่คอยช่วยเหลือคนมากกว่า แล้วลายขอบตาที่นูนขึ้นมามันเหมาะกับลายเก้ายอดตรงหน้าผากพอดี มันสามารถกใช้เป็นโลโก้ได้ ตรงขอบตาที่มันเป็นเคลิบขึ้นมากับยันณ์เก้ายอดมันจะรับกันพอดี
ความยากในการออกแบบชุดนี้อยู่ตรงไหน
ความยากมันอยู่ที่ต้องตอบโจทย์ให้ได้ทั้งหมด แล้วเรื่องนี้มันมีโจทย์เยอะมาก จริงๆ เวลาออกแบบอะไรสักอย่างเราจะทำให้มันโอเว่อร์ก็ได้ มีแมคคานิคเยอะมากก็ได้ มีสี่แขน สี่ขาเพิ่มความแปลกใหม่ก็ได้ แต่ว่าความต้องการมันอยู่ที่ตรงไหนต้องคิดออกมาให้ได้ตามโจทย์ โจทย์ความเป็นไทยเป็นโจทย์ที่ยากมาก ข้อยากสุดของมนุษย์เหล็กไหลคือ ความเป็นไทย ทำยังไงให้สี ลายสัก และความเป็นซุปเปอร์ฮีโร่มันเข้ากันได้อย่างลงตัว ทำยังไงให้สีดำ ลายสักดูไม่เป็นผู้ร้าย ดูเป็นมนุษย์พิเศษที่ช่วยเหลือคนอื่นๆ พอดีว่าสีฟ้าที่ตามาช่วยดึงคาแรกเตอร์นี้ไว้ โจทย์มันยากที่จะต้องเอาทุกอย่างที่ผู้กำกับ ผู้ลงทุน คนออกแบบ มาร่วมกันภายใต้เงื่อนไขวาจะทำได้หรือไม่ได้มันยากตรงนี้
แล้วหลังจากที่ออกแบบ มาถึงขั้นตอนในการเอามาใช้งานจริงมันเป็นยังไงบ้าง มีติดขัดตรงไหนไหม
จริงๆ แล้วชุดมนุษย์เหล็กไหลที่ทำออกมามีหลายชุดมาก มีทั้งชุดที่ทำด้วยยาง คนใส่เล่นไม่กี่เทคก็ไม่ไหว ตอนแรกมันไม่ได้เป็นชุดผ้าที่ระบายอากาศได้อย่างที่เห็นในปัจจุบันนี้ มันเป็นชุดยางเหมือนของฝรั่ง พอเราเอาไปเทสกันแล้ว คนใส่เล่นได้สักเทคสองเทคก็ไม่ไหวแล้ว หายใจไม่ออก เพราะว่ามันไม่มีรูระบายอากาศต้องรีบตัดชุดออกทันที ชุดนี่ออกแบบแล้วออกแบบอีก สุดท้ายก็เป็นชุดที่จะต้องมีกล้ามเนื้อใส่ข้างในก่อนเพื่อดูแล้วจะได้มีกล้ามเนื้อที่สมส่วนหนึ่งชั้น มีตัวผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดีอีกหนึ่งชั้น เราออกแบบให้ตรงบริเวณตาของมนุษย์เหล็กไหลสามารถทำให้คนใส่ชุดหายใจออกด้วย มันจะมีรูระบายอากาศตรงตากับช่วงตรงง่ามจมูก ซึ่งลองผิดลองถูกมาหลายชุดมาก
แล้วปัจจุบันชุดทำมาจากผ้าชนิดไหน
ผ้ามันเป็นผ้ายืดกึ่งๆ ของสไปเดอร์แมนแต่เราจะไม่ได้ใช้เนื้อผ้าเดียวกัน จะเป็นผ้ายืดที่มีการอัดบุกล้ามเนื้อที่เป็นยางก่อน
ผ้าต้องสั่งพิเศษไหม
ต้องสั่งพิเศษครับ เนื่องจากผ้าต้องสั่งทอลายที่อยู่บนเนื้อผ้า ซึ่งลายเนื้อผ้าเราได้รับเกียรติจาก อ. ช่วง มูลพินิจ ศิลปินแห่งชาติเป็นผู้ออกแบบให้ มันจะเป็นเหมือนลายผ้าของทางจีนที่ แต่สุดท้ายแล้วมันไม่มีโรงงานไหนที่จะทำให้ เราก็เลยต้องใช้วิธีเขียนลายลงบนเนื้อผ้าเอง ถ้าเกิดมีการโคสอัพตัวมนุษย์เหล็กไหลเราจะเห็นว่ามีลายผ้าข้างในด้วย
คือมันจะมีลาย 2 ลาย ผมเป็นคนออกแบบคาแรกเตอร์ทั้งหมดกับลายนูนที่อยู่ด้านนอก เราก็คุยกับผู้กำกับว่าลายผ้าข้างในเนี่ยเวลาโคสอัพมันควรจะมีลายที่มีความพิเศษนะ เราก็เลยคุยกันแล้วคิดว่า อ.ช่วงมูลพินิจ น่าจะมาช่วยในการออกแบบลายข้างในได้เหมาะสมกับตัวมนุษย์เหล็กไหล เพราะว่าทางอาจารย์ช่วง เป็นคนที่ออกแบบลายไทยได้ทันสมัย เลยคิดว่าเหมาะกับชุดของเหล็กไหลที่มันอยู่ข้างใน
ทำไมต้องเป็นอ.ช่วง
สงสัยว่าจะเกิดวันเดียวกันมั้งครับ (หัวเราะ) ที่เป็นอาจารย์ช่วงเพราะว่า ลายกนกลายไทยของอาจารย์ช่วงมีความใกล้เคียงกับลายเก้ายอดที่ผมออกแบบ จังหวะของการหักมุมมันใกล้กันมาก ลายไทยที่อาจารย์ช่วงท่านเขียนจะเป็นเหมือนลายไทยที่มันโมเดริน มันเข้ากันพอดีกับลายไทยบนตัวมนุษย์เหล็กไหลที่เป็นลายนูน ลายผ้ากับลายนูนมันเลยไปด้วยกันได้ ก็เลยรู้สึกว่าน่าจะเป็นอ.ช่วงนี่แหละ อาจารย์เขียนต้นแบบเอาไว้ให้ชุดเดียว แต่ในตอนถ่ายทำเราต้องทำไว้หลายชุด เผื่อไว้ว่าเกิดชำรุด ชุดที่เหลือเราเลยต้องเขียนเลียบแบบลายของอาจารย์ขึ้นมาเผื่อไว้ด้วย
นอกจากที่พี่เอ็กซ์จะออกแบบชุดและคาแรกเตอร์แล้วพี่ยังมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ตรงไหนอีกบ้าง
ผมรับตำแหน่งเป็นซุปเปอร์ไวเซอร์ซีจีของเรื่องนี้แล้วก็เป็นคนดีไซน์ซีจีช๊อตที่ผู้กำกับให้โจทย์มา เช่นฉากสะพานพระรามแปด ฉากนี้เราไม่สามารถจะใช้กล้องขึ้นไปถ่ายบนสะพานพระรามแปดได้เพราะมันหนักมาก เราก็เลยต้องดีไซน์ทั้งหมดด้วยคอมพิวเตอร์กราฟฟิค สะพานพระรามแปดที่เห็นเราสร้างขึ้นมาใหม่ รถทั้งหมดข้างล่างสร้างขึ้นมาใหม่ ตึกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์เหล็กไหลได้ขึ้นไปยืนอยู่ตามโจทย์ของเรื่อง แล้วก็ใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิครองรับอันไหนที่เราถ่ายทำไม่ได้ เท่ากับฉากที่เราเห็นในหนังบางฉากก็จะเป็นฉากที่ใช้คอมพิวเตอร์เอนิเมชั่นสร้างขึ้นมาทั้งหมด บางฉากอย่างฉากที่มนุษย์เหล็กไหลต้องโดนเผาไฟทั้งตัว เราไม่สามารถที่จะเผาตัวได้เยอะมากขนาดนั้น เราก็จะสร้างไฟจำลองขึ้นมาด้วยซีจี
หรืออย่างฉากตอนที่พวกผู้ก่อการร้ายทดลองระเบิดกัน แรงคลื่นระเบิดเราก็สร้างขึ้นมา รถที่ถูกกระแทกก็รถปลอมที่เราทำเลียนแบบรถที่มาเข้าฉากจริง
ภาพจริงกับภาพเอนิเมชั่นมาเจอกันแล้วมันจะเป็นยังไง ต้องมีการปรับสีหรือว่าอะไรไหมที่จะทำให้ภาพสองอย่างดูเหมือนเป็นภาพเดียวกันทั้งหมด
หลังจากที่เราทำซีจีรองรับทั้งหมด เราจะต้องมีทำเทเลซีน เราจะไปกดสีปรับคอนทราสกันอีกที จะสังเกตว่าความคมชัดของภาพจริงกับภาพซีจีอาจไม่เท่ากัน โทนสียังไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน ขั้นตอนเหล่านั้นต้องรอให้ทำภาพทุกภาพสมบูรณ์ก่อนแล้วถึงจะไปที่ขั้นตอนเหล่านั้น
มีฉากที่ทำซีจียากบ้างไหม แบบยากที่สุดแล้ว
มันก็ยากทุกฉากเลยครับ แต่ตอนนี้มันต้องแก้ปัญหาทุกฉาก อย่างบางฉากคือเราก็คุยกับผู้กำกับเค้าอยากได้แบบฮอลลีวู๊ดเลย แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เราก็ใช้ซีจีแก้เท่าที่เราทำได้ แต่ที่ว่ายากก็คือ คอมพิวเตอร์กราฟฟิคของเรื่องมนุษย์เหล็กไหล เราทำภายใต้เนื้อเรื่องมากกว่า เราตอบโจทย์ผู้กำกับก่อนว่าจะไม่เน้นซีจี คือซีจีจะเป็นตัวรองของเนื้อเรื่องเลยมากกว่า เรื่องมายังไงเราก็จะใช้ซีจีแก้ปัญหากัน ผู้กำกับเค้าอยากเน้นที่ความสนุกของเนื้อเรื่องมากกว่า แล้วซีจีเป็นตัวรองรับภาพ หมายถึงซีนไหนที่ถ่ายไม่ได้ อย่างเช่นซีนสะพานพระรามแปด ถ่ายจริงม่ได้ซีจีก็เป็นสิ่งรองรับ แต่ไม่ใช่ซีจีเป็นตัวหลัก เนื้อเรื่องมันเป็นโจทย์ตายตัวที่คุมภาพรวมของเรื่องทั้งหมดอยู่แล้ว ผู้กำกับกับผมคือคุยกันรู้เรื่อง คุยกันเข้าใจ ช๊อตซีจีที่รองรับเนื้อเรื่องในมนุษย์เหล็กไหลเยอะมาก เพียงแต่ว่าเราไม่เน้นซีจี อย่างพวกซีนเล็กๆ น้อยๆ เรามีซีจีรองรับประมาณ 600 กว่าช๊อต แต่มันไม่ได้เป็นอะไรที่เด่นมากในแต่ละซีน มันเป็นแค่ตัวรองรับอย่างเช่นว่า ผู้กำกับต้องการให้ปลายปืนหักงอ เราไม่สามารถที่จะหักได้ เราก็ใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิคช่วย ซีจีจะเป็นส่วนช่วยประมาณ 20-30 เปอร์เซนต์เท่านั้น ไม่ได้เป็นตัวหลัก แต่เราทำคอมพิวเตอร์กราฟฟิคตัวนี้รองรับเพื่อให้เนื้อเรื่องมันเต็มร้อย
ซีนยากสุดน่าจะเป็นซีนช้าง ในฉากนี้ช้างถูกบังคับให้อาละวาดมนุษย์เหล็กไหลต้องเข้าไปช่วยเหลือ ช้างต้องวิ่งชนแบบบ้าคลั่ง ในการถ่ายทำจะมีควานช้างคอยคอนโทรลช้างไม่ให้ไปชนเหล็กไหลจริงๆ แต่ในเนื้อเรื่องมันจะมีควานช้างมานั่งอยู่บนหลังช้างไม่ได้ เราก็ต้องทำการลบออกด้วยคอมพิวเตอร์กราฟฟิค ในการทำงานคือเราต้องสร้างช้างจำลองขึ้นมาครอบช้างอีกที คนที่ได้ดูในหนังก็จะไม่เห็นว่ามีควานช้างนั่งอยู่ ซึ่งฉากนี้แหละยากสุดแล้ว เราต้องสร้างผิว สร้างขนให้ใกล้เคียงกับช้างจริงก่อน ดูว่ากล้ามเนื้อ การเดิน การวิ่งเป็นแบบไหน เราก็สร้างซีจีเลียนแบบครอบมันขึ้นมา
ซีนช้างนี้ผมเป็นคนออกแบบฉาก ผู้กำกับต้องการให้เหล็กไหลโชว์พลังกับความเป็นไทย ก็เลยคุยกันว่าน่าจะเป็นช้าง เราก็เลยคุยกันว่าแทนที่จะให้มนุษย์เหล็กไหลไปทำร้ายช้าง เหมือนในตอนแรกที่ดีไซน์กันจะให้รถบัสชนขาช้างล้มแล้วตัวหมุนกระแทก แต่กลัวว่าภาพมันจะรุนแรงไป เราอยากให้เรื่องนี้เด็กสามารถดูได้ด้วย เราเลยไม่อยากให้เป็นซีนที่รุนแรง เลยเอารถบัสตามเนื้อเรื่องที่มีอยู่แล้วในสถานที่นั้นถูกพลังของมนุษย์เหล็กไหลดูดรถเข้ามาครอบซ้ายขวาหน้าหลังให้มันเป็นเหมือนกรงช้าง
แสดงว่ามนุษย์เหล็กไหลมีการปล่อยพลังด้วย พลังเป็นแบบไหน
มนุษย์เหล็กไหลสามารถที่จะดูด ผลัก ดึงเหล็กทุกชนิดได้ไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหน ดูดเข้าหาตัว หรือเอาตัวดูดเข้าหาเหล็ก เป็นเหมือนทั้งขั้วบวกขั้วลบในตัวเดียวกัน ตอนแรกที่ดีไซน์เวลาเค้าปล่อยพลังออกมาจากฝ่ามือเค้า มันจะเป็นเหมือนคลื่นพลังงานอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น มาตอนหลังผู้กำกับอยากให้เด็กดูแล้วเข้าใจง่ายขึ้น เลยทำให้พลังเค้าที่ปล่อยออกมาเป็นคลื่นพลังสีฟ้ากึ่งๆ เหมือนการ์ตูนซุปเปอร์ฮีโร่ เราเอาสีฟ้าสีประจำตัวเค้ามาเป็นคลื่นพลังงานอันนี้ ก็จะดูง่ายขึ้น สนุกสนานขึ้น
จริงๆ นอกจากดูด ผลัก ร่างกายเค้าก็ยังเป็นเหมือนเหล็กไหลแท่งใหญ่ เคลื่อนไหวได้ เค้าควบคุมเหล็กที่อยู่ในตัวให้หนัก เบาได้ตามใจต้องการ หรือแม้กระทั่งมีบาดแผลร่างกายเค้าก็สามารถจะสมานแผลเองได้ เหมือนอย่างเหล็กไหลที่เราเชื่อว่าแคล้วคลาดจากอาวุธใดๆในโลก
ใช้ทีมงานทำงานซีจีสำหรับเรื่องนี้เยอะแค่ไหน
เกือบ 10 คนเท่านั้นครับ
ใช้เวลานานแค่ไหนกับการทำซีจีเรื่องนี้
เริ่มต้นวางแผนงานกันมานานหลายปีแล้วเหมือนกัน แต่ที่เห็นว่าช้ามันเป็นเรื่องของเงื่อนไขของการถ่ายทำมากกว่า การคิดออกแบบจริงๆ แล้วประมาณ 6-7 เดือน เรารอฟุตเทจจากที่ผู้กำกับไปถ่ายมาแล้วก็มาคุยกันว่าซีนนี้จะทำคอมพิวเตอร์ยังไงแล้วค่อยมาทำกันเรื่อยๆ มันไม่ใช่งานเร่ง มันเป็นส่วนของการถ่ายทำมากกว่าที่ใช้เวลานาน
ต้องมีเครื่องมือพิเศษอะไรเพิ่มเติมไหม
ปรกติก็ใช้โปรแกรมมายา ส่วนใหญ่จะเป็นการสร้างพล๊อปมากกว่า แต่ในช่วงแรกจะไปหนักเรื่องการทำงานกับชุดมากกว่า การออกแบบชุดมนุษย์เหล็กไหลนี่ก็คือยากที่สุดในเรื่องในขบวนการพรีโปรดักชั่นแล้ว เพราะมันเป็นเรื่องแรกของไทยที่มีซุปเปอร์ฮีโร่ใส่ชุดมากขนาดนี้เกือบทั้งเรื่องเลย เราต้องดูหลายอย่างเช่นเนื้อผ้าหรือชุดมันรองรับการทำงานได้ไหม เพราะถ้ามันรองรับไม่ได้มันก็ทรมานเหมือนกันนี่คือส่วนยาก ผมดีไซน์แล้วก็ไปคุมเรื่องการทำชุดด้วยที่บริษัทที่เค้าดูแลเรื่องการทำชุดขึ้นมาจริงๆ ที่บริษัทคิวเอฟเฟค คิวคนทำชุดเค้าทำแล้วให้ผมไปดูกล้ามเนื้อก่อนที่จะมาลองใส่จริง ลองกันเยอะมาก ยากสุดก็เป็นเรื่องของวัสดุที่มาใช้ทำชุด คิวเค้าส่งวัสดุที่จะทำมาให้ดูว่าเยอะมาก ดูว่าอันนี้ใช้ได้ไหม วัสดุที่เราใช้มันไม่เหมือนของฮอลลีวู๊ด เพราะถ้าเป็นแบบเดียวกับฮอลลีวู๊ดมันจะแพงมาก มันแพงเกินงบ เลยออกแบบเท่าที่เค้าให้มา พี่ก็ออกแบบแล้วก็คุยกับผู้กำกับ ผู้กำกับบอกว่าโอเคแล้วประมาณนี้
วงการการทำงานซีจี หรือเอนิเมชั่นในบ้านเราตอนนี้พี่คิดว่าเป็นยังไงบ้าง
วงการเอนิเมชั่นบ้านเราตอนนี้ดีมากๆ ดีกว่าตอนที่ผมกลับมาเยอะ ตั้งแต่ตอนที่ผมกลับมาเป็นคนสร้างให้กับปังปอนด์เอนิเมชั่น หนังการ์ตูนสมัยก่อนที่เป็นสามมิติ แต่ตอนนี้มีคนสนใจมากขึ้น คนตื่นตัวมากขึ้น เทคโนโลยีดีขึ้น เพียงแต่ว่าเราอย่าไปอิงกับฮอลลีวู๊ด เพราะงบประมาณมันต่างกันมาก แต่ตอนนี้เราใกล้ๆ กับหลายๆ ประเทศเช่นฮ่องกง ญี่ปุ่น เรามาดูกันที่เอเชียกันดีกว่า เราน่าจะไปทันเกาหลีญี่ปุ่นมากกว่า เด็กๆ สนใจกันมากขึ้น คนทำงานเอนิเมชั่นก็เยอะชึ้น คนรู้จักหลักและเครื่องมือดีขึ้น ความเหมือนจริงก็ดีขึ้นแต่มันอยู่ที่ฝีมือกับสกิลของคนว่าเราจะไปถึงตรงนั้นได้ไหม การเคลื่อนไหวหรือศิลปะที่เรามีจะทำยังไงให้มันโดดเด่น จริงๆ เครื่องมือที่มีอยู่ใกล้เคียงกันกับประเทศอื่นๆ แต่ต่างประเทศเค้ามีการเขียนโปรแกรมที่ยากกว่าเรา แต่หลักพื้นฐานเนี่ยใกล้ๆ กัน เราควรจะเอาศิลปะของประเทศไทยอันนั้นมาสู้กับฝรั่งมากกว่า
ตอนนี้ซีจีกับเอนิเมชั่นมันยังคงแยกแยะอย่างตายตัวอยู่ไหม
ซีจีเอนิเมชั่นตอนนี้มันไม่แยกกันแล้ว ซีจีก็คือการสร้างภาพที่เราทำไม่ได้ ต้องการความเหมือนจริงอย่างเช่นระเบิด เช่นมีด ช้าง หรือไปเพิ่มช้างที่คนไม่รู้ว่านั่นคือคอมพิวเตอร์ แล้วเอนิเมชั่นก็คือการเคลื่อนไหว แต่เราจะให้การเคลื่อนไหวของการ์ตูน หรือการเคลื่อนไหวในการทำเอนิเมชั่นไปอยู่ในส่วนของซีจีได้ด้วย เช่นช้างมันเคลื่อนไหวยังไง ช้างเอาขาหลังตบขาหน้า พอขาหลังชนขาหน้า ขาหน้าก็ก้าวออกไป คือเราเอามาจากความจริง ตอนนี้ซีจีกับเอนิเมชั่นมันก็รวมกันแล้ว เพียงแต่เราสร้างบรรยากาศที่เหมือนจริงหรือเป็นการ์ตูนมากกว่า มันแยกกันแค่นั้นเอง แต่ตอนนี้มันคลุมไปหมดแล้ว ตอนนี้ทั้งซีจีและเอนิเมชั่นรองรับทุกสื่อ ทั้งสื่อของโฆษณา ในวงการหนังภาพยนตร์ ทุกอย่างก็มีซีจีเอนิเมชั่นเข้าไปอยู่โดยที่คนไม่ค่อยรู้
พี่เอ็กซ์อยากฝากอะไรถึงคนชมเรื่องนี้บ้าง
ครับ อยากบอกว่าจริงๆ ไม่อยากให้ไปดูความอลังการณ์ของซีจีเป็นหลัก เพราะสำหรับเรื่องนี้เราไม่ได้เน้น เราแค่ทำเพื่อรองรับความเป็นไปไม่ได้ของฉากบางฉาก เนื้อเรื่อง แกนเรื่องเป็นสิ่งที่ผู้กำกับตั้งใจอยากนำเสนอมากกว่า ผมว่าเรื่องนี้มันมีอะไรที่ลึกซึ้งและน่าสนใจอยู่แล้ว อยากให้มองว่าซีจีเป็นส่วนที่เติมเต็มให้กับเรื่องนี้มากกว่า และทีมงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมดมีความตั้งใจในการทำงานเรื่องนี้กันมากครับ
Profile
การศึกษา : ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะมัณฑนศิลป์ สาขาออกแบบนิเทศน์ศิลป์
: ปริญญาโท MFA in Visual Design & Animation (เกียรตินิยมอันดับ 1)
University of Oregon Career Hightlights
ปัจจุบัน : กรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และเอนิเมชั่น บริษัท บ้านอิทธิฤทธิ์จำกัด
ผลงานที่ผ่านมา
2001-2004
- ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และเอนิเมชั่น บริษัท วิธิตา เอนิเมชั่น จำกัด
- อาจารย์พิเศษ วิชา Animation & Character Design หลักสูตรปริญญาตรีและโท มหาวิทยาลัยศิลปากร
- วิทยากรรับเชิญ ผู้เชี่ยวชาญด้านเอนิเมชั่น
1998-2000
- กำกับ & Lead Animator,Periscope Pictures,New York,USA
1995-1997
- Designer & Artist Dynamix ( Part of Sierra Game)
ผลงานในต่างประเทศ
- First prize : Siggraph 1998 การประกวดผลงานเอนิเมชั่น ประเภทนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วโลก
- First prize : World Animation Festival 2000
- First prize : World Animation Celebration Festival 2001 (Flash Animation "3000 Miles to the Graceland", Warner Bros)
์
By : สัมภาษณ์   Date : 23 Jul 2006 22:31
|