Cute Variety Online

 
DVD UP 2 U
น่ารักดอทคอม | หาเพื่อน Msn List | คลับคนน่ารัก | แชท ห้องคุย | กระดานสนทนา | อีการ์ด Ecard | ทอมดี้ น่ารัก | สมัครสมาชิกใหม่
 
 
 
Member
Profile ของ Spy_Zaa
Spy_Zaa
 
Level : 0
 
ส่งจดหมายถึง PaiiY IP-address : 171.98.160.58
SpeedTest

speedtest

ZOMBIE OUTDISTANCE 2
Chapter 2

9.02 น.

ภายในห้องรับแขกที่มีเพียงแค่แสงรำไรจากภายนอกส่องเข้ามา แห่งนี้ ...
เราสองคนนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิมอย่างที่เคยนั่ง ซึ่งเหมือนมันจะกลายเป็นที่นั่งประจำสำหรับตัวเองไปแล้วโดยที่อีกคนจะรู้และไม่มาเลื่อมล้ำที่ของกันและกัน แต่!.. จะมีสิ่งที่มันผิดแปลกไปจากเดิมจากที่เคยเป็นมา ก็คงจะเป็น..
ผู้หญิงคนนี้!!
สมาชิกใหม่ที่เราไม่ได้รับเชิญ เธอเดินตามเราเข้ามาในบ้านเอง มานั่งโซฟาอีกตัวที่ยังว่างอยู่ ผมกับบอลได้แต่มองหน้ากันสลับกับมองไปยังผู้หญิงคนนั้นอย่างสงสัย
เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ผมสั่นๆ ไม่ขาวมากนัก จมูกโด่ง ตากลมดี มีแก้มหน่อยๆ แต่ที่แปลกสุดๆคือ เธอเตี้ยกว่าผม!! ซึ่งผมคิดว่าในโลกนี้ ผมคงจะตัวเล็กอ๊อนแอ่นที่สุดแล้วนะ นี้ยังมีคนที่ตัวเล็กกว่าผมอีกหรอ?? สภาพของเธอดูมอมแมมไปหมด หัวยุ่งนิดๆ มองดูแล้วช่างเหมาะสมกับใบหน้าที่เข้ารูปของเธอเป็นไหนๆ ซึ่งถ้ามองดูดีๆแล้วก็จัดได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่น่าตาใช้ได้พอตัวอยู่เหมือนกัน ลักษณะท่าทางของเธอตอนนี้คงกำลังตื่นกลัวกับเหตุการณ์ประหลาดๆเมื่อครู่นี้อยู่เป็นแน่ ถึงได้นั่งเหม่อลอย ตาค้าง หายใจหอบๆ ไม่พูดไม่จากับใครแบบนั้น ทั้งที่เข้ามาในบ้านของคนอื่นแท้ๆ มาเจอคนแปลกหน้าตั้งสองคน แต่กลับไม่ยอมถาม ไม่ยอมพูดอะไรเลยสักคำทำเอาพวกเรางงไปตามๆกัน ผมมองหน้าเธอแล้วจึงหันกับไปมองเพื่อนของผมอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้มันก็ยังคงทำหน้าตาเฉยๆ ไร้อารมณ์ เบี่ยงสายตามองออกไปทางอื่นเช่นเคย ทำเหมือนไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรที่ผิดปกติไปมากมาย

"เอ่อ....เธอ!" ผมพยายามจะดึงสถานการณ์ให้กลับเข้ามาให้เป็นปกติมากที่สุด โดยการเริ่มต้นเรียกเธอก่อน และก็เหมือนเธอจะรู้ตัว เธอจึงรีบหันกลับมาทางผมทันที
"ห๊ะ!" เธอตอบกลับมาแค่คำว่า ห๊ะ! พร้อมกับเลิกคิ้วสูงบวกกับท่าทางที่เขินนิดๆ ปกติเวลาเจอสาวๆหรือคนแปลกหน้า ผมจะเป็นคนที่ชอบยิ้มให้ก่อนเสมอนะ แต่เวลาแบบนี้ ตอนนี้ ผมสังสัยมากกว่า...
"เธอชื่ออะไรอ่ะ?" ผมเลิกคิ้วถามเธอต่อด้วยท่าทีไม่มีพิษภัยอะไรและพยายามทำตัวให้เป็นมิตรให้มากที่สุด
และก็คงจะมีแค่เรื่องนี้เท่านั้นแหละมั้งที่ทำให้ผมไม่ประหม่าหรือมีอาการตื่นเต้นแต่อย่างใด การที่ได้พูดคุยกับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ด้วยท่าทางที่วางตัวเป็นธรรมชาติ ไม่เกร็ง เป็นมิตรและเป็นกันเองกับทุกๆคน พูดคุยและยิ้มให้ก่อน ปฏิบัติตัวแฉกเช่นเดียวกับคนที่เคยรู้จักกันมานานแสนนาน เพราะเหตุนี้ละมั้ง ถึงทำให้มีคนหลงเสน่ห์ผมมานัดต่อนัด
แม้ตอนนี้ดูเหมือนสติของเธอคงจะกลับมาครบแล้ว เธอเริ่มยิ้มออกมาได้หน่อยๆ แต่ก็ยังไม่วายที่จะมีท่าทีเกร็งๆอยู่ มีเพียงคำพูดสั้นๆที่ออกจากปากเธอด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา ทั้งที่สายตาของเธอนั้นยังคงจ้องมองไปทางเพื่อนผม มันเป็นแววตาที่มองแบบไม่ค่อยไว้วางใจเท่าไหร่นัก
"ชื่อ มิน!"
"เราชื่อปายนะ ส่วนนี้ชื่อบอล..." ผมตอบพรางทำมือไขว่ไปด้านหลังชี้ไปทางเพื่อนผมพร้อมกับยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตรอีกที เธอเองก็ละสายตาจากเพื่อนผมหันกลับมายิ้มให้ผมคืน ซึ่งผมเองก็ไม่รู้จะถามอะไรต่อดี ได้แต่ยิ้มกลับไปแค่นั้น

"มันเกิดเรื้องบ้าอะไรขึ้น!! เธอรู้รึเปล่า??" คราวนี้เป็นเสียงบอลที่ถามแทรกขึ้นมา ด้วยน้ำเสียงเรียบๆเหมือนเดิมแต่จะเน้นเสียงหนักตรงคำว่า “บ้า!” ทั้งที่สายตาของมันยังคงมองออกไปทางอื่น อาการเหมือนคนไม่สบอารมณ์อะไรสักอย่างอยู่ตลอดเวลา
"ไม่รู้! รู้แต่ว่า พอตื่นขึ้นมา ว่าจะออกไปซื้อมาม่ามาต้มกิน ก็ดันโดนตาแก่ข้างบ้านวิ่งไล่ตาม!!" เธอตอบพร้อมกับทำแววตาจริงจังมองไปยังเพื่อนผมอีกที "มารู้อีกที ก็มายืนอยู่หน้าบ้านพวกเธอนี้แหละ" เธอพูดต่อแค่นั้น
ใช่สิ ดูสภาพมอมแมมขนาดนั้น หัวก็ยุ่ง ตัวก็มีคลาบเปื้อนดินและเหมือนจะเป็นรอยแผลด้วย เห็นแล้วน่าสงสารสุดๆ แถมชุดที่ใส่มาก็วาบหวิวซะเหลือเกิน เสื้อยืดคอวีสีขาวพับแขนบางๆ กลางขาสั้น น่าจะเป็นชุดที่เธอใส่นอนนั้นแหละ
"ขอบใจนะ ที่เตือนพวกเราเมื่อกี้!" บอลพูดขึ้นมาอีกที ด้วยอาการและท่าทีที่ยังคงเดิม
"ไม่เป็นไรค่ะ" เธอตอบกลับมาด้วยคำสั้นๆเหมือนเดิม
ผมที่นั่งอยู่ตรงกลางแท้ๆได้แต่ยิ้มเจือนๆ มองหน้าทั้งสองคนสลับกันไปมา เธอเองก็ได้แต่มองหน้าผมสลับกับมองเพื่อนผมด้วยท่าทางไม่ไว้ใจเช่นกัน..

"แล้วมินมาจากไหนอ่ะ อยู่ในหมู่บ้านนี้หรอ?" ผมถามเธอพร้อมกับยิ้มให้เช่นเดิม ที่ผมต้องถามอย่างนั้นก็เพราะว่า ผมไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อนเลยนะซิ
" เราอยู่ซอย2 " เธอตอบกลับและยิ้มให้ผมอย่างเป็นมิตรเช่นกัน
"แล้ว...จะเอายังไงต่อละทีนี้? " ผมถามเธอต่อ เพราะอยากรู้ว่าเธอจะทำยังไงต่อจากนี้ เนื่องจากคิดว่าเธอคงวิ่งหนีมาสุดชีวิต และคงทิ้งบ้านมาแหงๆ
"ไม่รู้เหมือนกันอ่ะ..." เธอตอบกลับมาด้วยสีหน้าเจือนๆพรางก้มหน้าลง
"แล้วไม่มีใครอยู่ที่บ้านอีกหรอ พ่อแม่หล่ะ?" ผมถามเธอทันที
"พ่อไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้ว ส่วนแม่ไปปากช่องตั้งแต่เมื่อวาน เราอยู่บ้านคนเดียว" นั้นคือคำตอบที่ตอบกลับมาพร้อมสีหน้าที่หวาดหวั่น
"แล้วกินอะไรมารึยัง หิวไหม? ในครัวมีกับข้าวนะ" ผมยังคงถามต่อด้วยความห่วงใยเหมือนเดิม และนี้ก็เป็นเสน่ห์ของผมอีกอย่างนึงละมั้ง การเทคแคร์และเป็นห่วงความรู้สึกผู้อื่นอยู่เสมอ

เธอเงยหน้าขึ้นมามองผม
"..........." แต่เธอก็ไม่ได้ตอบอะไร แต่ได้ยิ้มและพยักหน้าให้ผมแทน เป็นการบ่งบอกว่า เธอตกลงรับข้อเสนอที่ผมนำเสนอให้ละซินะ
"งั้นเดี๋ยวเราพาไป" ผมรีบพูดขึ้นแบบไม่ต้องรอช้าและเตรียมตัวที่จะลุกขึ้นจากโซฟา ไม่รู้ทำใมเวลาที่ผมเจอคนแปลกหน้าผมถึงได้สนิทเร็วแบบนี้ ความรู้สึกมันเหมือนกับว่าอยากที่จะช่วยเหลือทุกๆคนที่เจอ อยากให้เค้ายิ้มและมีความสุขที่สุดเวลาที่อยู่กับเรา..
เธอเองก็ลุกขึ้นตามผมมาเช่นกัน ท่าทางของเธอดูร่าเริงขึ้นมานิดหน่อย เธอยิ้มให้ผมอย่างเป็นมิตรทุกครั้งที่ผมยิ้มให้เธอ รอยยิ้มของเธอพูดตรงๆโคตรมีเสน่ห์เลยอ่ะ ผมเพิ่งสังเกตุก็ตอนนี้แหละ ขนคิ้วจรดกัน หน้าดุๆ แต่เวลายิ้มแล้วดูมีเสน่ห์น่ารักสุดๆ และที่สำคัญเธอมีขี้แมงวันใต้ตาข้างซ้ายชนิดแบบเดียวที่ผมชอบเลย ผมหน่ะชอบคนง่ายนะ แต่ปากแข็งสุดๆ ชอบลองใจคนจนได้เรื่องและคลั่งผู้หญิงที่มีไฝหรือขี้แมงวันที่แก้มหรือใต้ตา มันทำให้ดูเซ็กซี่เย้ายวนเป็นที่สุด..
ผมซึ่งเดินอ้อมผ่านโซฟาที่เพื่อนผมนั่งอยู่ ท่าทางมันยังคงเฉยชาไร้อารมณ์เหมือนเดิม ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจอะไร รีบเดินนำหน้าไปทางครัวอย่างเดียวและเธอก็เดินตามผมมาติดๆ ตอนนี้เธอคงรู้สึกไม่เกร็งอะไรแล้วละมั้งถึงได้ยิ้มออกมาได้แบบนี้ แต่ผมนะซิ รู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ เวลาที่เธอมองผม สายตาของเธอที่มองมาแล้วยิ้มออกมาในเวลาเดียวกัน มันทำให้ผมรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ที่ซึ่งผมก็อธิบายไม่ถูก
แต่ก็ช่างเถอะ มันคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง...

ผมจัดแจงหาข้าวให้เธอกินจนอิ่ม ระหว่างนั้นผมก็ถามอะไรต่อมิอะไรเกี่ยวกับเธอมากมาย จนได้รู้ว่าเธอเป็นคนพูดน้อย ไม่ค่อยคุยหรือเก็บอาการก็ไม่รู้ แต่ยิ้มเก่งสุดๆ และตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าเธอจะไม่มีอาการเกร็งหรือกลัวอะไรแล้ว เธอเดินไปหยิบนั้นโน่นนี้ ตามที่เธอจะสะดวก เหมือนเธอจะรู้จักซอกมุมของตัวบ้านเป็นอย่างดี อาจจะเป็นเพราะบ้านแต่ละหลังในหมู่บ้านแห่งนี้ทำออกมาเป็นรูปทรงเดียวกันนั้นเอง และจากที่ผมถามเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับเธอ ทำให้ผมรู้เรื่องของเธอขึ้นมาอีกนิดหน่อย
เธอเรียนอยู่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในตัวเมืองนี้แหละ เรียนอยู่ม.6 กำลังจะเตรียมตัวจะสอบเข้ามหาลัย เป็นพี่คนโต มีน้องสองคน เหมือนผมเลย พ่อเป็นตำรวจประจำที่สภ.เมือง แม่เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่โรงเรียนเดียวกันกับที่เธอเรียนอยู่ ซึ่งตอนนี้แม่กับน้องไปทำธุระที่ปากช่องจะกลับมาอาทิตย์หน้า จากที่เธอเล่าให้ฟัง รู้สึกว่าที่บ้านของเธอจะเคร่งครัดอยู่พอตัว
หลังจากที่เรากินข้าวกันเสร็จเธอก็จัดแจงล้างหน้าล้างตาทำตัวเองให้สดชื่ออีกครั้ง และผมก็เดินนำหน้าเธอเพื่อพาเธอกลับไปยังห้องรับแขก ที่ตอนนี้มีเพื่อนผมที่นั่งรออยู่ ซึ่งผมเองก็ลืมมันไปซะสนิทเลยและดูเหมือนมันกำลังงุ่นง่านอยู่กับการกดรีโหมดเปลี่ยนช่องทีวีไปมาอีกตามเคย
มินนั่งลงบนโซฟาตัวเก่าที่เธอเคยนั่งก่อนหน้านี้ สายตาเธอยังคงมองไปที่เพื่อนผมด้วยท่าทีประหลาดใจในการกระทำของมัน คราวนี้เธอมีท่าทีเฉยๆ ไม่ได้หวาดระแวงหรือกลัวอะไรในตัวเพื่อนผมเหมือนอย่างก่อนหน้านี้ ผมที่กำลังจะนั่งลงเหมือนกันเผอิญเหลือบไปเห็นเพื่อนที่มันทำหน้าตาท่าทางเคร่งเครียดอยู่ พลันคิดได้ว่าที่นี้ก็บ้านมันแต่ผมกับมินก็ดันไปทำอะไรตามสะดวกโดยที่ไม่ได้ถามหรือขออนุญาติอะไรมันเลยด้วยซ้ำ ซึ่งมันก็ทำให้ผมเริ่มรู้สึกเกรงใจเพื่อนขึ้นมาบ้างแล้ว…

"บอล! มึงจะกินอะไรไหม?" ผมถามขึ้นตามมารยาท และคอยสังเกตุดูว่ามันจะมีท่าทีเกี้ยวโกรธอะไรไหม
" .............. " มันไม่ตอบ มือยังคงกดรีโหมดเปลี่ยนช่องอยู่อย่างนั้น และไอ้ท่าทางแบบนี้ของมันนี้แหละผมดูไม่ออกจริงๆว่ามันหมายความว่ายังไงทั้งที่ปกติมันเป็นคนอารมณ์ดีร่าเริง พูดเพราะ อัธยาศัยก็ดี แต่ไอ้อาการแบบนี้มันเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วตั้งแต่ตอนที่เกิดเรื่อง ผมไม่รู้จะทำยังไงได้แต่ทำหน้าระเหี่ยใจหันกลับไปมองที่มิน...

กึ๊ก!
เสียงก้นแก้วที่กระทบกับโต๊ะรับแขกที่เป็นกระจกใส ในแก้วมีน้ำสีเหลืองซ่าส์ที่เรียกว่าเบียร์อยู่เต็มแก้ว บอลมันเงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยสายตาไร้อารมณ์อีกเช่นเคย ส่วนผมก็มองมันกลับด้วยสายตาไร้อารมณ์เหมือนกันคราวนี้ จากนั้นผมก็ไม่ได้สนใจอะไรต่อรีบเดินกลับไปนั่งที่โซฟาตัวเดิม
ไอ้บอลที่ตอนนี้มันกระดกเบียร์หมดแก้วอย่างรวดเดียว ผมเห็นมินจ้องเพื่อนผมตาไม่กระพริบ คิดว่าเธอคงไม่เข้าใจอะไรหลายๆอย่างแน่เลย
"ฮี่ๆ เพื่อนปายก็เป็นยังงี้แหละ ขี้เก๊ก" ผมพูดและยิ้มหยีๆรีบแก้ตัวให้เพื่อน ก่อนที่เธอจะคิดไปไกลถึงไหนต่อใหน เธอเองก็ละสายตาจากบอลมามองที่ผม
"เพื่อนเตงนิ เค้าจะเก๊กไปถึงไหนกันนะ" เธอถามขึ้นมา แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบคำถามเลย"เครื่องเพล์นิ!!" เธอพูดขึ้นทันที่เธอมองเห็นเครื่องเกมส์ที่ผมเอามาด้วยตั้งแต่เมื่อวาน
"ของปายเอง..." ผมหันไปมองเครื่องเกมส์ และหันกลับมาตอบเธอ "มินรู้จักหรอ?"
"ติดเลยหล่ะ!" เธอตอบทั้งที่สายตายังคงจ้องเจ้าเครื่องนั้นอยู่ "เราชอบเล่นเกมส์ไบโอที่สุด!!" พรางพูดต่อด้วยรอยยิ้มที่แสนจะน่ารักเช่นเคยและคำตอบนั้นทำผมชะงักและอึ้งไปนานเหมือนกัน
ให้ตาย...! ในโลกใบนี้ยังมีคนแบบนี้อยู่อีกหรอเนี้ยนึกว่าจะมีแต่ผมคนเดียวซะอีก

"กูว่าแล้ว!!.."
เป็นบอลที่พูดแทรกขึ้นมา ทำให้ผมต้องรีบตวัดหน้าหันกลับไปมองมันอย่างสงสัย บอลมันคงคอยฟังสังเกตุการณ์และจับผิดคำพูดและการกระทำของพวกเราอยู่ตลอดแน่ๆเลย
"เราอยากไปหาพ่ออ่ะ ไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง" มินพูดแทรกขึ้น คราวนี้ใบหน้าของเธอเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ทำเอาผมที่กำลังจะถามเธอต่อเกี่ยวกับเรื่องเกมส์ต้องหยุดความคิดลงทันที
แต่ก็นั้นซินะ ทางตำรวจเองก็ติดต่อไม่ได้เลยนี้นา

"เตง พาเค้าไปได้ไหม??" เธอเงยหน้าขึ้นมามองผม นัยตาโตๆของเธอมีความกังวลอยู่อย่างเหลือหลาย ผมสังเกตุได้และก็สงสารเธอมากด้วย อยากช่วยเหลือเธอเป็นที่สุด ถ้าไม่ติดว่ายังมีเพื่อนอีกคนผมคงตอบตกลงอย่างที่ไม่ต้องคิดอะไรเลยด้วยซ้ำ ผมหันหน้าไปหาบอลอีกทีเพื่อต้องการจะสื่อความหมายกับมันว่า "เอายังไงดี?" และก็เหมือนมันจะรู้ความคิดของผม
"กูไม่ออกจากบ้านไปไหนแน่โว๊ยย!!" มันรีบตอบทันที ช่างเป็นคำตอบที่ฟังแล้วชื่นใจที่ซู้ดดดดด (ประชด)
"ว่าแล้วไง " ผมอุทานออกมาพร้อมกับหันหน้ากลับมาทางมินตามเดิม จากที่ยิ้มเก่งๆ ตอนนี้เธอมีสีหน้าแดงก่ำเหมือนกับจะร้องให้และนั่นทำให้ผมต้องรีบตวัดตัวกลับไปหาไอ้บอลอย่างเร็วพลัน
"บอล! พาน้องเค้าไปเถอะหว่ะ สงสารเค้า มึงลองคิดดู ถ้าพ่อแม่มึงอยู่ที่นี้ มึงจะเป็นห่วงพ่อแม่มึงไหม?" ผมพยายามหาเหตุผลมาพูด เล้าโลมมัน เพื่อให้มันเปลี่ยนใจ แต่คนอย่างไอ้บอลผมรู้จักนิสัยมันดีถ้ามันได้ปฏิเสธอะไรแล้วก็จงอย่าได้ไปถามมันต่อ เพราะยังไงซะ ก็ไม่มีทางจะได้ในสิ่งที่เราต้องการจากมันแน่นอน
เพราะ มันเป็นคนที่แบบว่า.. คำไหนคำนั้น

"..............." มันไม่ตอบอะไร ได้แต่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา เหมือนคนกำลังใช้ความคิดหนักๆอยู่ ผมที่เกรงใจมันเป็นทุนอยู่แล้วคงไม่กล้าพูดอะไรไปมากกว่านี้ กลัวมันจะรำคาญ แต่ก็อดสงสารมินเป็นบ้าเลย ฮือๆๆ
"ไม่เป็นไร! แค่นี้เค้าก็มารบกวนพวกเตงมากพอแล้ว เค้าไปคนเดียวก็ได้!!" มินพูดขึ้นพร้อมกับทำท่าจะลุกขึ้นจากโซฟา ทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมองตามเธอ "ขอบคุณนะปาย เตงเป็นเจ้าบ้านที่ดีมาก!" เธอพูดด้วยน้ำเสียงงอนๆ พรางสายตาก็มองแบบคอนๆไปยังเพื่อนผม ผมเข้าใจความรู้สึกของเธอในตอนนี้ดี แต่ไม่รู้จะพูดยังไงต่อ เลยได้แต่พูดไปว่า…
"คนที่ควรจะขอบคุณหน่ะ ต้องคนโน่น เจ้าบ้าน..." ผมพยักหน้าหันไปทางบอล แล้วหันกลับมาหาเธออีกครั้ง
"อ้าว เค้านึกว่านี้บ้านเตง!" เธอพูดพร้อมกับทำตาโตชี้นิ้วมาที่ผม เธอคงอึ้งและตกใจไม่น้อยที่พึ่งรู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดมาตั้งนาน
"หึๆๆ" เสียงขำน้อยๆของไอ้บอล ที่ตอนนี้ดูเหมือนมันกำลังพอใจกับอะไรสักอย่าง ซึ่งสิ่งนั้นก็ทำให้ผมใจชื้นได้ขึ้นมาหน่อยๆแล้วเหมือนกัน มันคงขำกับอาการของมินที่ตอนนี้ทำท่าหลุกหลิกเหมือนจะรู้สึกผิด

"เราจะพาเธอไปก็ได้!!” บอลพูดขึ้น
มิน : ^___^
ปาย : > <

“แต่มีข้อแม้!!"
มิน : -- -- "
ปาย : อะไร!!?

"ให้พ่อเธอเอาใบขับขี่ให้เราได้ไหมหล่ะ??" บอลพูดออกมาด้วยสีหน้าท่าทางเย็นชาเหมือนเดิม

คำตอบนั้นทำเอาผมเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาเป็นภาษาเขมรเลยก็ว่าได้ คงจะเป็นเรื่องที่มันโดนตำรวจจับใบขับขี่เมื่อคราวก่อน แต่มันรู้ได้ไงนะว่าพ่อมินเป็นตำรวจ สงสัยจะแอบฟังที่ผมกับมินคุยกันตอนนั่งกินข้าวอยู่ในครัวแหงๆ
หื้ม....ร้ายเหมือนกันนี้หว่า เพื่อนเรา

"โอ๊ยยย เรื่องแค่นี้ทำเป็นเก๊กไปได้นะค่ะ พี่ชายยย.." มินแสดงอาการดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน สีหน้าของเธอตอนนี้แตกต่างจากเมื่อกี้โดยสิ้นเชิง ผู้หญิงอารายยย ปรับเปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วซะมัด เหมือนผมเลย ... ^^

ตกลงว่า พวกเราจะพามินไปหาพ่อของเธอที่สภ.เมือง...
เราวางแผนกันไว้ว่า จะให้บอลเดินนำหน้า เพราะมันตัวใหญ่สุด และเชียวชาญในการต่อสู้ที่สุด พูดให้ดูดีจัง.. จริงๆแล้วมันเชี่ยวชาญในการต่อยคนมากกว่า เหอะๆ ส่วนตัวผมเองจะเป็นคนคอยระวังหลัง และให้มินอยู่ตรงกลางระหว่างเรา แต่ก่อนอื่นต้องพากันหาอาวุธก่อน เพราะเราไม่รู้ว่าข้างนอกนั้น จะมีคนแบบนั้นอีกไหม ที่รู้มาก็มีสามคนแล้วรวมทั้งคนที่มินเจอมาอีก ยังไงก็ต้องหาอะไรมาป้องกันตัวไว้ก่อนหล่ะ

เราสามคนพากันเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องที่เรียกว่า ห้องเก็บของ อยู่ในตัวบ้านนี้แหละ ข้างในมีอุปกรณ์ทำสวน เครื่องมือต่างๆครบเลย ผมพยายามกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง เพื่อหาอาวุธที่ตัวเองต้องการและคิดว่าถนัดมือที่สุด
และทันใดนั้นผมก็ดันไปสะดุดตาเข้ากับของมีคมชนิดหนึ่ง...
" เคียวเกี่ยวข้าว!?! " ผมพูดขึ้นพร้อมกับชูเจ้าสิ่งๆนั้นให้เพื่อนผมดู
" เอ่อ ... ของลุงกูเอง แกเอามาฝากไว้ เวลาจะไปทำนาแกถึงจะมาเอา " บอลตอบกลับมา ทั้งที่สายตาของมันยังคงมองหาอุปกรณ์ที่มันต้องการต่อ
" มีดอีโต้นี้ด้วยติ!" ผมชูขึ้นให้มันดูอีกครั้ง คราวนี้เป็นมีดอีโต้ที่ขึ้นสนิมแล้ว
"เอ้อ!" มันตอบกลับมาแค่นั้น

ผมได้แต่ยืนขำอยู่คนเดียว แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายต่อจากนั้นและคิดว่าจะต้องหาอุปกรณ์อะไรก็ได้ที่มันเวิร์คกว่านี้ แต่ในขณะนั้นเอง ผมก็ยังไม่ลืมที่จะหันไปมองทางมิน คนที่ผมรู้สึกเป็นห่วงมากในตอนนี้
แต่สิ่งที่ทำให้ผมสนใจมากกว่าเธอในตอนนี้ คือสิ่งที่เธอกำลังถืออยู่ในมือและมันทำให้ผมฮามากๆ

" เสียม!! " ผมตะโกนออกมาอย่างแรง ทั้งแปลกใจ ทั้งอยากจะหัวเราะ และเหมือนเธอจะรู้ตัวว่าถูกแซว เธอรีบหันมาหาผมแล้วยิ้มแบบเขินๆ
"แค่จับดูเฉยๆ ไม่ได้จะเอามาใช้สักกะหน่อย" เธอตอบแบบเขินๆกลับมาในลักษณะที่หลบตาผมเล็กน้อย
"หร๊อออ เค้านึกกว่าเตงจะเอาไปขุดมัน ระหว่างทางซะอีก" ผมทั้งพูด ทั้งขำ
"ปล่าวน๊ะ..!!" เธอตอบกลับมา แล้ววางเสียมลงทันที

ผมที่มองเธออยู่โดยที่ไม่ได้ละสายตา คราวนี้มันทำเอาผมหัวเราะออกมาอย่างแรง แบบที่กลั้นไว้ไม่อยู่แล้วจริงๆ เพราะสิ่งที่เธอจับขึ้นมาคราวนี้คือ ค้อน > <

"ฮ่าๆๆ โอ๊ยย มิน อาวุธที่เอาไว้ใช้ป้องกันตัวนะ ไม่ใช่อุปกรณ์ทำสวนหรือซ่อมบ้าน" ผมพูดออกมาทั้งๆที่ยังหัวเราะอยู่อย่างหยุดไม่ได้ และเหมือนมินจะเขินมากเหมือนกันที่โดนผมแซวแล้วแซวเล่า เธอไม่พูดอะไรเอาแต่ยิ้มและวางค้อนลง และเดินมาเกาะที่แขนผม ประมาณว่าจะยื้อตัวผมให้ก้มลงไปใกล้ๆปากของเธอ
และในตอนนั้นนั่นเอง มันทำให้ผมถึงกลับขำไม่ออกแล้ว หัวใจผมมันเต็นแรงสุดๆเมื่อรู้ว่าเธออยู่ใกล้ผมขนาดนี้ทำเอาใบหน้าซีดลงได้ภายในหนึ่งวินาที จนผมรู้สึกได้เลย…

" งั้นเตงก็เลือกให้เค้ามาสักอันเซ่!!!!! " เธอกระแทกเสียงเน้นตรงคำสุดท้ายใส่แก้วหูผมอย่างแรง จนผมต้องรีบผงะออกเพราะตกใจเสียงของเธอ
ใครหล่ะจะคิดว่าเธอจะมาไม้นี้ ตกใจหมดเลย ผมถึงกับนิ่งไปสักพัก ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนเอามือลูบหูหยอยๆ คิ้วขมวดเข้าหากัน และเธอคงจะเห็นอาการของผม ที่ขำไม่ออกแล้ว เธอก็เลยเปลี่ยนมาเป็นยิ้มให้ผมแทน
อ่ะนะ รอยยิ้มแบบนี้อีกแล้ว .... ผมคิดในใจ

หลังจากนั้น …….
เราก็เลือกอุปกรณ์กันเสร็จ ไม่ซิ! ต้องเรียกว่าอาวุธ ในเวลาแบบนี้มันต้องเป็นอาวุธเท่านั้น เพื่อนผมสุดท้ายมันก็เลือกอาวุธคู่ใจของมัน ไม้เบสบอล! ส่วนผมกับมินเลือกได้ไม้หน้าสามที่จับถนัดมือ ที่ต้องเป็นไม้หน้าสามก็เพราะไม่รู้ว่าจะเอาอะไรดี มันเยอะเกิน ทั้งอุปกรณ์ทำสวน อุปกรณ์ทำนา อุปกรณ์ซ่อมบ้าน พวกแปลงทาสีไรเงี้ย แต่อันที่จริงแล้วมันก็ไม่มีอะไรที่พอจะสามารถใช้เป็นอาวุธได้เลยต่างหาก ไม้หน้าสามนี้แหละถนัดมือสุดแล้ว เพราะถ้าลองโดนฟาดเข้าไปจังๆ คนก็คนเถอะ จอดลูกเดียว..

หลังจากที่วางแผนและเลือกอุปกรณ์กันเสร็จ ทุกคนก็พร้อมแล้วที่จะออกเดินทาง!!
ทั้งที่เดาไม่ถูกเลยว่าทางที่จะไปนั้นมันจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ที่พวกเราเลือกที่จะเดินไปนั้น ก็เพราะว่า ที่บ้านมีแต่มอไซน์คันเดียว ซึ่งถ้าซ้อนสามไป ในสถานการณ์แบบนี้มันคงจะลำบากน่าดู อีกอย่างจากบ้านเพื่อนผมไป สภ.เมือง ก็ไม่ได้ไกลกันมากนัก

วันนี้เป็นเช้าวันเสาร์ที่น่ากลัวสุดๆในชีวิตผมเลย อาจจะมีเหตุการณ์ที่ถึงแก่ชีวิตเกิดขึ้นตอนไหนก็ได้ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุการณ์มันน่ากลัวและเลวร้ายที่สุดอย่างที่หาคำอธิบายไม่ได้เลย ซึ่งผมเองก็ตื่นตัวและระแวงอยู่ตลอดเวลา ถ้ามันเกิดเรื่องอะไรที่คาดไม่ถึงขึ้น ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะรับมันได้แค่ไหน หรืออาจจะหัวใจวายตายไปก่อนก็ได้ แต่จะว่าไปแล้วนะ..
" เอ้อ!! ลืมไปเลย " ผมตะโกนขึ้น
"เป็นไรเตง??" มินรีบหันหน้ามาถามผมด้วยสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน
"เค้าลืม ว่าวันนี้เค้าต้องไปทำงาน!!" ผมหันไปตอบเธออย่างสนิทสนมโดยที่ไม่รู้ตัว ซึ่งผมก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า วันนี้ผมต้องไปทำงานนี่นา ถึงจะเป็นวันเสาร์ผมก็ไม่ได้หยุด
"โถ่..นึกว่าอะไร" มินขำออกมาพร้อมกับส่ายหน้านิดๆ เป็นภาพที่มองดูแล้วน่ารักจริงๆเลย ผู้หญิงคนนี้....
และก็ไม่รู้ว่าเราสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่ถึงขั้นพูดคำว่า เค้ากับเตง(ตะเอง)
มารู้ตัวอีกทีก็... ไปซะแล้ว

10.27 น.
เราสามคนยืนอยู่ที่รั้วประตูหน้าบ้าน ทุกคนอยู่ในท่าเตรียมอาวุธพร้อมที่กวัดแกว่งออกไปได้ทุกเมื่อ...
ผมหันไปมองทางซ้ายทางขวาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติ บอลหันมาพยักหน้าให้ผม เพื่อเป็นสัญญาณบ่งบอกให้รู้ว่า ทางข้างหน้าโล่ง สามารถเดินต่อได้อย่างปลอดภัย พวกเราเริ่มต้อนออกเดินทางจากจุดประตูหน้าบ้านมุ่งไปยังถนนหน้าหมู่บ้าน ซึ่งจะเป็นทางออกไปสู่ถนนใหญ่ และเป็นเส้นทางเดียวที่จะนำพวกเราไปถึงสภ.เมืองได้
บรรยากาศตอนนี้มันวังเวงสุดๆ ทั้งที่เป็นตอนกลางวันแท้ๆ แต่กลับเงียบผิดปกติอย่าง แดดที่เคยสว่างก่อนหน้านี้กลับถูกบดบังไปด้วยเมฆก้อนใหญ่ ท้องฟ้ายามนี้ดูเหมือนกับท้องฟ้าเวลาที่ฝนพึ่งหยุดตก ผมหรี่ตาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ซึ่งมันเป็นอาการปกติของผมอยู่แล้ว เวลาเดินไปไหนมาไหนก็ตาม ผมจะชอบเดินก้มหน้า หรือไม่ก็เงยหน้ามองขึ้นท้องฟ้าอะไรประมาณนี้ ปกติผมจะไม่ค่อยสนใจใคร ไม่มองใคร มันเลยทำให้ผมรู้จักคนได้ไม่เยอะ แต่ตอนนี้ผมรู้ดี ว่าผมจะมาทำตามอาการปกติของผมไม่ได้แล้ว เพราะสถานการณ์ตอนนี้ มันไม่ใช่สถานการณ์ปกติ..

และแล้วพวกเราก็พากันเดินมาถึงป้อมยามที่อยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน ซึ่งป้อมยามในตอนนี้เห็นแล้วสภาพสยองน่ากลัวสุดๆ ที่ว่าอย่างนั้นเพราะ ตรงกระจกหน้าป้อมมีรอยมือที่เป็นคลาบเลือดลากลงมาเป็นทางยาวเลย กลิ่นคาวๆเหม็นๆลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณนั้น จนต้องพากันเอามือปิดปากปิดจมูกด้วยสีหน้าสุดจะทน ผมซึ่งเป็นคนที่กลัวเลือดเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว สิ่งที่เห็นในตอนนี้มันทำให้หัวใจของผมห่อเหี่ยวลงมาทันทีทันใด
"เตง! ไหวนะ..?" เป็นเสียงมินที่ถามผมขึ้นมา พร้อมกับจับที่ไหล่ผมเบาๆ แทนที่จะเป็นเพื่อนผมเหมือนคราวก่อนๆ
"..........." ผมหันกลับไปมองเธอด้วยอาการตื่นตระหนก ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่พยักหน้าตอบ
"ถ้ากลัว ก็มาอยู่ตรงกลางก็ได้น๊ะ..." เธอพูดออกมาพร้อมกับยิ้มแบบมีเรศนัย
"เฮ้ย..ไม่เป็นไร ปายไม่เป็นไร!!" ผมรีบตอบแก้ตัวพร้อมกับฉีกยิ้มแบบเขินสุดๆ ลืมไปว่ามีผู้หญิงอีกคนเพิ่มเข้ามาอยู่ในกลุ่มด้วย ดันเผลอทำท่าทางแบบนั้นออกมาได้อีก แย่จริงๆเลย ทั้งอายทั้ง เขิน ทั้งสมเพชตัวเอง แต่มินซิ ใจแข็งกว่าที่ผมคิดอีกนะ แตกต่างจากตอนแรกที่เจอกันเลย
หรืออาจจะเป็นเพราะตอนนี้เธอคงจะเป็นห่วงพ่อของเธอมากกว่ากะมั้ง...

"เฮ้ย!!! ราวางงง!!!" เสียงบอลตะโกนออกมา ทำเอาผมสะดุ้งตกใจสุดขีด

"พลั่ก!!" เหมือนเสียงไม้กระทบกับอะไรสักอย่าง

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

และก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมได้แต่หลับตาปี๋ พอลืมตาขึ้นมาอีกที ผมก็อยู่ในท่าที่นอนตะแครงราบกับพื้น และ....
กอดมินเอาไว้ เธอเองก็หลับตาปี๋กอดผมเอาไว้แน่นเหมือนกัน
"ตื่นได้แล้วพวกมึง!" เป็นเสียงบอลที่เรียกพวกเราด้วยน้ำเสียงจริงจังเหมือนพึ่งจัดการอะไรบางอย่างเรียบร้อยไปแล้ว
ผมลืมตาและรีบลุกขึ้นปัดเนื้อปัดตัว ในมือยังกำไม้ของตัวเองเอาไว้แน่นและรีบตวัดตัวกลับไปอยู่ข้างๆบอลด้วยอาการมึนๆงงๆว่ามันมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อกี้ยังอยู่ตรงโน่นอยู่เลย
แต่สิ่งที่ทำให้ผมคลายความสงสัยนั้นได้คือ..

ผมเบิกตากว้างมองร่างชายคนหนึ่งในเครื่องแบบรปภ.ที่นอนวัดพื้นถนนอยู่อย่างหมดสภาพ ร่างกายของเค้ากระตุกเป็นจังหวะๆกับเลือดสีแดงก่ำซึมที่ไหลออกมาจากด้านข้างกระหมับเป็นทาง กลิ่นเหม็นคาวยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทั่วบริเวณ จนพวกเราต้องหยีหน้าหยีตาปิดจมูกแทบไม่ทัน จะมีก็แต่บอลเท่านั้น ที่มันยังเก็บอาการไว้ได้คงที่ เหมือนไม่สะทกสะท้ายต่ออะไรที่เกิดขึ้นเลย สายตาของมันยังคงจ้องไปยังร่างชายที่นอนกองอยู่กับพื้น ซึ่งมันเป็นภาพที่ทำให้ผมเห็นแล้วพะอึดพะอมคลื่นใส้อยากจะอ้วกออกมายิ่งนัก ความรู้สึกมันแย่ยิ่งกว่าตอนเราเห็นศพที่นอนแน่นิ่งอยู่ในโลงรอที่เวลาจะที่จะเข้าเตาเผาเป็นล้านเท่าซะอีก
แต่ตอนนี้!.. มันเป็นของจริงๆ สดๆ ที่เกิดขึ้นต่อหน้าเลย ขาทั้งสองข้างของผมสั่น ทำเอาอาการกลัวในตัวผมมันเริ่มกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง

"พวกมึงนี้มันได้เรื่องจริงๆเลยนะ ช่วยกูได้มากเลย!! " บอลพูดออกมาทั้งที่สายตายังคงจ้องอยู่ที่ร่างที่มันเพิ่งจัดการไปเมื่อกี้
"หยาบคาย!" เป็นมินที่พูดขึ้น
เหมือนจะรู้ตัวว่าถูกว่าให้ บอลรีบตวัดหางตาไปมองที่มิน ด้วยความสงสัย
"ถ้านายไม่พูดคำหยาบอ่ะนะ มันอาจจะช่วยนายได้มากกว่านี้ก็ได้!" มินพูดออกมาด้วยอาการไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่นัก
"เพื่อนปายมันก็เป็นแบบนี้แหละ อย่าถือสาเลย เตง..." ผมรีบพูดแทรกขึ้น
"แต่เค้าไม่ชอบคนพูดไม่เพราะนิ" มินหันหน้ามาตอบผม
เอ้อ... เวลาแบบนี้ยังมาห่วงเรื่องชอบไม่ชอบอะไรกันได้อีกนะ ไม่กลัวกันเลยรึยังไง จิตใต้สำนึกของผมมันพูดออกมา และมินเอง ก็ดูเหมือนกับว่าไม่ค่อยจะตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสักเท่าไหร่

หรือว่า... จะมีแต่ผมคนเดียวเท่านั้นกันนะ ที่ป๊อด!...

……………….

"ฮ่ะฮ.. อีเป้ย! ตัวเองดูซิว่านี้ใคร?" เป็นบอลที่เอ่ยถามผม ด้วยสีหน้าทำท่าทางแบบหมั่นใส้ ดัดจริดสุดๆ พร้อมกับทำตาปริบๆใส่ผม
ใช่แล้ว! เรามักจะเรียกชื่อแทนกันเล่นๆแบบนี้บ่อยๆ ต่างคนต่างก็มีชื่อหรือฉายาที่ตั้งให้กัน ซึ่งผมก็ลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย
"หืม.. นี้มันลุงยามนี้หว่า.. บอลลูน!" ผมตอบกลับด้วยอาการตกใจสุดขีดแต่ยังคงไว้ท่าดัดจริตตอบกลับเพื่อนเช่นกัน
พอบอลได้ยินที่ผมตอบคืนเท่านั้นแหละ มันก็รีบหันหน้าไปเหยียดยิ้มให้มินทันที แล้วหันกลับมามองที่ผม
"ต่อไปนี้เรามาพูดคุยกันเพราะๆแบบนี้เนอะ ตะเอง...!!" บอลทำเสียงดัดจริดอีกที พร้อมกับตีแป๊ะเบาๆที่แขนของผมด้วยท่าทางสดิ้งดัดจริตสุดๆ

จากนั้นมันก็เดินนำหน้าพวกเราไปต่อโดยที่ไม่ได้สนใจอะไรแล้ว นี้เพื่อนผมมันไม่กลัวอะไรเอาซะเลยหรอเนี้ย ขนาดพึ่งฟาดคนไปเมื่อกี้ ยังเปลี่ยนมาเป็นอารมณ์ดีได้อีก ผมที่ยังใจสั่นกับสิ่งที่เกิดขึ้นยังไม่หายได้แต่หันไปยิ้มให้มินที่ตอนนี้เธอได้แต่ทำหน้างงๆกับพวกเราสองคน แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออก

"โธ่.. ลุงสมชัย...." ผมอุทานออกมา สภาพลุงแกไม่ต่างอะไรจากศพที่เราเห็นในหน้าหนังสือพิมพิมพ์เลย ร่างไร้ลมหายใจที่รอให้หน่วยกู้ชีพเอาผ้าขาวมาปิดบังเพื่อไม่ให้ผู้คนที่ผ่านไปมาเห็นสภาพ ผมไม่อยากมองแล้ว จึงหันไปมองตามบอลที่เดินนำหน้าพวกเราไปก่อนอย่างคนอ่อนแรง ก่อนจะหันกลับมาหามินแล้วยิ้ม แล้วพากันออกเดินตามหลังบอลไป
ไม่ใช่ว่าผมไม่กลัวนะ ผมหน่ะกลัวสุดขีดเลยแหละ หัวใจเนี้ยแทบจะทะลุออกมาจากหน้าอกอยู่แล้ว แต่ต้องทำเข้มแข็ง ใจดีสู้เสือเข้าไว้ เพราะว่า..
ผมต้องปกป้องใครอีกคน ซึ่งเป็นเพศที่อ่อนแอกว่า ....

..................................

"ยาดมไหม๊…?" มินที่ตอนนี้เธอเดินเยื้องๆขนับข้างกับผม เอ่ยขึ้น พร้อมกับยื่นหลอดยาดมโป๊ยเซียนมาให้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเช่นเคย
"ฮึม..??" คำถามนั้น ทำเอาผมถึงกับอึ้ง ไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ผมมองเธอกลับด้วยสีหน้าสงสัย
"ก็เห็นเตงหน้าซีด"
"ทะ..ทำใมเตงถึงได้..??" ผมถามกลับแบบไม่ค่อยเป็นคำ ในใจงงไปหมดแล้ว ว่าทำใมเธอถึงได้รู้ใจผมแบบนี้
"ก็เห็นหน้าเตงตอนที่เจอกันครั้งแรกซีดยังกะคนจะเป็นลม เค้าก็เลยคิดว่าเตงน่าจะใจเสาะเรื่องพวกนี้ เลยเตรียมสิ่งนี้ไว้" มินบอกเหตุผลให้ฟังพร้อมกับยื่นยาดมให้อีกที
"ขอบคุณนะ แต่..ใจเสาะเลยหรอ??" ผมพูดขึ้น ขณะที่มือก็คว้ายาดมจากมือเธอมาสูดดมเข้าเต็มปอด
"ฮ้าาา...." ผมผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแรง หลังจากที่สูดดมยาดมวิเศษหลอดนั้นเข้าไป ซึ่งมันก็ทำให้ผมโล่งปอดและเริ่มดีขึ้นแล้ว
"จะว่าไปแล้วสัญชาตญาณของเตงเนี้ยก็ไวเหมือนกันเนอะ" มินพูดแล้วยิ้มออกมาเหมือนภูมิใจในอะไรสักอย่าง
ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจทั้งหมดหรอกว่า ที่เธอพูดมานั้น มันหมายความว่ายังไง จึงได้แต่ยิ้มกลับไปให้เธอเช่นกัน ...

"แหมๆๆๆ สวีตกันจังเลยนะค๊าาา คุณเป้ยยยย" บอลที่หันมาแซวพวกเราที่เดินรั้งท้ายด้วยอาการร่าเริง
เอ้อ..ไอ้นี้คิดจะเปลี่ยนอารมณ์ก็เปลี่ยนได้ฉับไวเหลือเกิน ก่อนน่านี้ยังขี้เก๊กอีโก้อยู่เลย ผมคิดในใจ...

"ถ้าไอ้ตัวหน้าเกลียดนั้นวิ่งมาอีก น้องบอลลูนไม่ช่วยนะค๊าาาา" บอลพูดเสริมด้วยท่าทางดัดจริดเหมือนเดิม
และ...!! คำพูดนั้นทำเอาขาที่กำลังก้าวเดินอยู่ของผมต้องหยุดชะงักลงทันที มินที่เดินตามหลังผมมาติดๆชนผมเข้าอย่างจัง แต่ไม่แรงมากนัก จนเธอก็ต้องหยุดเดินแล้วเงยหน้าขึ้นมองผมอย่างสงสัย

"โอ๊ย!!..เป็นอะไรเตง" มินพูดขึ้นพรางจับไปที่ไหล่ตัวเอง
ในความคิดของผมตอนนี้นึกอะไรขึ้นมาได้อย่างกระทันหัน จากคำที่เพื่อนพูดเมื่อกี้ ที่ว่า
ไอ้ตัวเกลียด!
"อย่าบอกนะ!" ผมอุทานออกมาเบาๆ
"อะไรเตง! เป็นไรหรอ?" มินรีบถามผม
"ซอมบี้!!"
ผมพูดออกมาด้วยท่าทางอึ้งๆและไม่อยากจะเชื่อเลย มันไม่มีทางเป็นไปได้เลยด้วยซ้ำ ถ้ามันเป็นเรื่องจริงละก็...

ผมหันหลังกลับไปมองทางที่เราเดินผ่านมาจากจุดตรงที่ลุงยามคนนั้นนอนอยู่อีกครั้ง และหันกลับมาก้มลงมองที่พื้นที่ตัวเองยืนอยู่ ทบทวนความคิดอยู่หลายตลบ ในใจก็ได้แต่พูดว่า
บ้าน่า !!
เป็นไปไม่ได้ !!
เป็นไปไม่ได้ !!
นี้เมืองไทยนะ เรื่องแบบนั้นจะมีก็แค่ในหนังกับ ในเกมส์เท่านั้นแหละ ไม่อยากจะเชื่อเลย
ไม่มีทาง!!
ไม่มีทาง!!

"ตะเอง!" มินเขย่าแขนผม เธอคงเห็นผมมีสีหน้าท่าทางตกใจ
"มิน ซอมบี้!" ผมหันกลับไปพูดกับเธอด้วยอาการตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง พรางมือสองข้างของผมเขย่าที่แขนของเธออย่างแรง และเหมือนคำพูดของผมจะทำเอาเธออึ้งไปเหมือนกัน เพราะตอนนี้เธอก็มีท่าทีตกใจและตาค้างไม่ต่างไปจากผม
"มินน!!" ผมเรียกและเขย่าเธออีกครั้ง และเหมือนเธอจะสดุ้งเล็กน้อย
"จะ..จริงหรอ! เตง...!" เธอพูดออกมาเสียงด้วยน้ำสั่นๆ นัยตาเธอจ้องลึกเข้ามายังนัยตาของผม

"เฮ้ยยย พวกคุณสองคนไม่อายฟ้าดินรึไงกันครับ! นี้มันกลางวันแสกๆนะคร๊าฟฟ" บอลพูดแทรกขึ้นมา พรางเดินย้อนกลับมาหาพวกเรายังจุดที่ซึ่งเรายืนอยู่ในระยะที่ไม่ไกลกันนัก
ไม่ถึงห้าวินาทีก็พบว่าบอลมันได้มายืนข้างหลังผมแล้ว

"บอล! ถ้ามันคือซอมบี้หล่ะ!" คราวนี้ผมหันกลับไปทำตาโตใส่บอลพร้อมกับเขย่าแขนมันอย่างคนขี้ตื่น
"เฮ้ยย เป็นไปไม่ได้!! บ้าหรอ กูไม่เชื่อ!!" มันรีบตอบกลับมาด้วยสีหน้าท่าทางอาการตกใจไม่แพ้กัน


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ตอนนี้... เป็นเวลาเกือบจะ 11 โมงแล้วแต่ทำใมท้องฟ้าถึงได้มืดอึ้มคึ้มแบบนี้นะ...

ไม่รู้ว่าพวกเราเดินมาได้ไกลแค่ไหนแล้ว แต่จุดที่เรายืนอยู่นั้นมันเป็นถนนเรียบทางยาวมาจากหน้าหมู่บ้านเพื่อนผม ซึ่งสองฝั่งทางจะเป็นตึกอาคารที่กำลังก่อสร้าง ที่ตอนนี้มองดูเหมือนตึกร้างมากกว่า คนงานก่อสร้างก็ไม่มี เราสามคนตอนนี้ยังอยู่ในอาการงุนงงกับหลายๆสิ่งที่เกิดขึ้น แทบจะทำใจให้เชื่อไม่ได้เลย
ซึ่งทุกคนก็ตกอยู่ในอาการตื่นตระหนกไม่แพ้กัน

แกร๊ก ๆ ๆ ๆ ๆ!! แคล้ง ๆ ๆ ๆ!!
เสียงเหมือนท่อนเหล็กถูกลากมาตามพื้นถนน เสียงนั้นดังมาจากทางด้านหลังจุดตรงที่มินยืนอยู่ เป็นเสียงที่ดังมาจากระยะไกลๆ เราสามคนค่อยๆหันกลับไปมองตามต้นเสียงนั้น และสิ่งเราเจอคือ ...???

ผู้ชายในชุดกรรมกรก่อสร้างหรือที่เรียกว่าคนงานก่อสร้างนั่นแหละ เค้าเดินโยกแยกมาทางเรา ในมือเค้าลากจอบมาด้วย ทำให้พวกเรารู้ได้ถึงต้นเหตุของเสียงนั้นที่เราที่ได้ยิน ลักษณะของผู้ชายคนนั้นอยู่ในท่าเดินที่เหมือนคอจะหักแบบเงยหน้าขึ้นมองฟ้า ข้อเท้าข้างขวาของเค้าหัก เป๊ หรือพับ เรียกไม่ถูก เดินลากเท้าตัวเองมากับพื้นถนน สภาพตามตัวดูไม่ได้เลย ใบหน้าและลำตัวมีแต่คลาบเลือด ดวงตามีสีขาวโพนทั้งลูกเกือบจะถลนออกมานอกเบ้าก็ว่าได้ พร้อมกับเสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอที่ฟังแล้วไม่เป็นคำพูด ได้ยินแค่ว่า "อื้ออออๆ!!" เหมือนเสียงครางมากกว่าไรทำนองนี้ เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีผู้หญิงในชุดคนงานก่อสร้างตามมาอีก ลักษณะท่าทางของเธอเหมือนกับผู้ชายคนที่เดินนำมาก่อนเป๊ะ เธอลากชะแลงมาด้วย ปลายแหลมเชียวและก็ยังตามมาด้วยคนงานก่อสร้างอีก 5-6 คน มาในลักษณะ เดียวกัน แต่ไม่มีอาวุธ จะมีก็แต่สองแขนที่ยื่นยาวออกมาด้านหน้า เดินโยกแยกมาในสภาพร่างกายที่เห็นแล้วน่าคลื่นไส้สุดๆ
ภาพเหตุการณ์ที่ผมเจอที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าผมตอนนี้ มันทำให้ผม อยากชิงตายแล้วไปเกิดใหม่ซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย...

บอลกับมินค่อยๆก้าวเท้าถอยออกมา ซึ่งจะมีก็แต่ผมคนเดียวเท่านั้นที่ขาแข็งก้าวไม่ออก ผมขยับตัวไม่ได้จริงๆ ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต แต่ก็รู้สึกได้ว่าเหมือนมีสิ่งนึงที่เรียกจิตใต้สำนึกผมให้กลับมา ชายเสื้อของผมถูกดึงโดยใครสักคนให้ถอยห่างออกมาจากตรงนั้น

“เฟี้ยววว ผลั่ก!!...”

ใบหน้าของชายในชุดคนงานก่อสร้างที่เดินนำหน้าเพื่อนมาก่อนกระตุก ร่างของเขาผงะไปข้างหลัง เหมือนโดนอะไรสักอย่างเจาะเข้ากลางหน้าผากจนเป็นรู หลังจากที่โดนเข้าไปจังๆนั้น เขาถึงกับล้มลงไปนอนกับพื้นได้ทันที

“เฮ้ย!!!! พวกเธอสามคนหน่ะ มาทางนี้เร็ว!!!!” เสียงปริศนาดังแว่วมาจากอีกฟั่ง ซึ่งจะเป็นฝั่งไหนผมก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้ผมสั่นใกล้ตายแล้ว และเหมือนจะมีมือใครสักคนกระชากแขนของผมให้วิ่งตามไป ที่ไหนสักที่ ....

“เฟี๊ยว ปลั่ก!!!”
“เฟี๊ยว ปลั่ก!!!”
“เฟี๊ยว ปลั่ก!!!”
เสียงนั้นดังขึ้นอีกสามครั้งติดต่อกัน

“ทางนี้ ... เร็วเข้า!!!” ชายฉกรรกล้ามโตที่มือขวาของเขาอุ้มปืนกระบอกยาว มือซ้ายของคว้านเรียกพวกเรา เหมือนมีเจตนาที่จะให้พวกเราตามเค้าไปที่ไหนสักที่... ผมและเพื่อนๆวิ่งกันสุดชีวิตโดยที่ไม่ได้หันหลังกับไปมองสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นเลย รู้ตัวอีกที พวกเราก็มาหยุดหอบกันที่โกดัง อาคารหรือตึกเก่าๆมึดๆ ที่ไหนสักแห่ง ซึ่งในตอนนั้นต่างคนต่างก็ไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น
นอกจากต้องหายใจให้ทัน ก่อนที่จะเป็นลม..

“ไง เด็กน้อย วิ่งหนีอะไรกันมาหรอ…??” เสียงผู้ชายอีกคนดังมาจากทางด้านหลังของพวกเรา เสียงนั้นทำให้พวกเราสามคนหันหลังกลับไปมองอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่นัดหมายกันไว้ก่อน

“ลุงเอียน!!!” เสียงบอลกับมินตะโกนขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กรุณาติดตามตอนต่อไป

^_^



Share |


เกมส์ทดสอบความรัก เกมทดสอบความรัก
เกมส์ทดสอบความรัก
เกมทดสอบความรัก
เกมส์ฝึกความจำ เกมส์ตัวตุ่น
เกมส์ฝึกความจำ
เกมส์ตัวตุ่น
เกมส์ben10
เกมส์ben10
เกมส์มนุษย์ลาวา
เกมส์นารูโตะ
เกมส์นารูโตะ ต่อสู้
โหลดนานนิ๊ด 4.5MB
แต่สนุกมาก

By : PaiiY    Date : 14 Jun 2014 17:40    แจ้งลบกระทู้ หมายเลข 488555 ( คนทั่วไปแจ้งลบ )    ลบกระทู้ เฉพาะ เจ้าของกระทู้เท่านั้น !! ( ลบกรณี Post ซ้ำ , ไม่ต้องการให้มีกระทู้นี้ในระบบ )

เปิดอ่าน กระทู้ทั้งหมด ที่ PaiiY ตั้งกระทู้ 1 กระทู้
Topic ล่าสุด ที่ PaiiY ตั้ง 1 กระทู้ มีดังนี้
 488550   ZOMBIE OUTDISTANCE ตอนแรก
เปิดดู กระทู้อื่นๆ ที่ PaiiY เข้าร่วมตอบ ( ในกระดานข่าวทั้งหมด )

 
แนะนำ เว็บไซด์ ในเครือ น่ารักดอทคอม
@ โฆษณา ปรับแต่งมือถือ !!! : Truetone Karaoke Poly Karaoke Truetone PolyRingtone Mobile Wallpaper Mobile Theme Mobile Animation Vdo Clip Sound Clip Mobile Game My Wallpaper
@ รู้ไว้ จะได้ไม่ตกยุค Top 50 อันดับเพลงฮิตติดชาร์ท ทุกค่ายเพลง ทุกศิลปิน ( 50 TOP Chart ) ไม่ว่าจะ GMM Grammy , RS , BMG , EMI , Sony Music รวมไว้ที่นี่ !!! Update รายสัปดาห์ !!!
@ Magnet Fever แม็กเน็ต ฟีเวอร์ เว็บของสะสม Magnet ( แผ่นแม่เหล็ก Mini Poster ) ของภาพยนตร์ไทย และ ภาพยนตร์ต่างประเทศ เน้นของ SF CINEMA
@ Krabi Koh Samui Pattaya Phuket Bangkok Thailand Hotels Reservation and Thailand Hotels Directory
@ โฆษณา บ้านทอมดี้ บอร์ด คุยกัน ประสา หญิงรักหญิง นิทาน เรื่องสั้น อิโรติก บทกวี กลอน
@ โฆษณา ดูดวง เลข 7 ตัว 9 ฐาน ตรวจดวงชะตา อัตราค่าบริการ ดวงละ 200 บาท ต่อ 30 นาที สนใจ Click อ่านรายละเอียด


ความคิดเห็นตามปี : [ ปี 2555 เป็นต้นไป ]  
หน้านี้ แสดง ความคิดเห็นตั้งแต่ปี พศ. 2555 ( คศ. 2012 ) เป็นต้นไป เท่านั้น !

Member
Profile ของ The or Diiza
The or Diiza
 
Level : 0
 
ส่งจดหมายถึง may IP-address : 161.200.11.42

ความเห็นที่ #1 / 2553 ( เป็นต้นไป ) ( 5156957 )

By : may    Date : 15 Mar 2016 11:37    แจ้งลบความเห็นที่  #1 ( 5156957 )

เปิดอ่าน กระทู้ทั้งหมด ที่ may ตั้งกระทู้ 13 กระทู้
Topic ล่าสุด ที่ may ตั้ง 5 กระทู้ มีดังนี้
 471559   TaQzime ไม่ร้ายได้มั้ย? ถ้าคิดจะรัก ตอนที่4
 471503   TaQzime ไม่ร้ายได้มั้ย? ตอนที่ 3
 471122   ไม่ได้อยากเป็นคนแรกของเธอ
 469629   บทสรุปของคำว่า รอ
 469564   รักร้อนๆ &lt;3 รสใหม่



ขอเชิญร่วมตอบกระทู้
ความคิดเห็น
โดย
Member ID
** เฉพาะสมาชิกระบุ ID (ตัวเลข)
Password** เฉพาะสมาชิก => [[ สมัครสมาชิก Click!! ]]
ยิ้ม บึ้ง อาย smile blue shy นอน แว่นกันแดด supergrin embarass ตาย cool clown pukey
eek sarcblink smokin reallymad confused crying lol yawn devil tongue aysmile tasty grazy
คลิกที่รูป เพื่อแทรกรูปลงในข้อความ

มารยาทในการใช้งาน Webboard'
คำเตือน !!
1. การ Post ข้อความ ที่เป็น การรบกวน ความเป็นส่วนตัว การสบประมาท ดูหมิ่น หยาบคาย อนาจาร ซึ่งรุกรานต่อความเป็นส่วนตัว เป็นภัยต่อผู้อื่นบนเว็บไซต์ มีความผิดทางกฎหมาย
2. เพื่อความปลอดภัย และ ความเป็นส่วนตัว โปรดหลีกเลี่ยง การลงเบอร์โทร ชื่อ-สกุล จริง ในการ Post ข้อความ แนะนำ ให้ติดต่อกันทาง Email ตรง !! จะดีกว่านะ !!
[ ปิดหน้าต่างนี้ ]

ผู้สนับสนุน : ร้านดอกไม้ | หาเพื่อน | เกมส์จับคู่ผลไม้ | ดารา | ดูดวง | โทรศัทพ์มือถือ
Bangkok Hotels | MMS | HIV AIDS | Wallpaper | Directory | Barbie | Lady | CheckDomain
games เกม เกมส์ เกมส์แต่งตัว เกมส์มาริโอ เกมส์ทำอาหาร เกมส์ปลูกผัก game | เพลง | รถยนต์มือสอง
รหัสไปรษณีย์ | รถมือสอง | สถิติหวย ตรวจหวย ใบตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล | เกมส์เต้น
หางาน งาน งานราชการ | เกาะช้าง กาญจนบุรี | เกมส์บีบสิว | ดูหนัง | เกมส์จับคู่ | เกมส์บุรุษพยาบาล
หางานสุโขทัย | หางานจันทบุรี | หางานลำปาง | หางานกรุงเทพ | หางานเชียงราย | ฟุตบอล | Meetang


Copyright © Since Feb 2004 www.narak.com ( น่ารักดอทคอม ) , Code : Moha